mahasan

ไม่กล้าเจอหน้าใคร ไม่ดูบอลไทย วันที่ "รูนี่ย์เมืองไทย" เป็นดาวดับแสง


เขาคนนี้เคยได้ชื่อว่าเป็นซุปเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของบอลนักเรียนเมืองไทย แม้กระทั่ง "มุ้ย" ธีรศิลป์ แดงดา หนึ่งในตำนานกองหน้าทีมชาติไทยที่เล่นมารุ่นเดียวกัน ยังเป็นรองในด้านชื่อเสียง ฝีเท้า และผลงาน แต่เส้นทางของเขา "โก้" ศักรินทร์ จันทร์โยธา ที่เคยได้รับฉายา "รูนี่ย์เมืองไทย" กลับไปไม่ถึงตำแหน่ง ซุปเปอร์สตาร์ ในวงการฟุตบอลไทย

- สมัยเล่นฟุตบอลนักเรียนให้กับโรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี "โก้" ศักรินทร์ จันทร์โยธา ได้รับความชื่นชมจากทุกคนที่ได้เห็นฝีเท้า โดยเฉพาะเท้าซ้ายทรงพลังที่หนักหน่วง เข้าข้อเป็นตุงตาข่ายแบบประตูไม่กล้ารับ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมและดาวซัลโวแทบทุกรายการของบอลนักเรียนในช่วงเวลาที่เขาอยู่ในชายคาอัสสัมฯธนบุรี เคยได้รับการคัดเลือกให้ไปฝึกฝีเท้าในโครงการ "ช้างเอฟเวอร์ตัน"

- เส้นทางลูกหนังถูกปูด้วยกลีบกุหลาบ แม้จะเล่นแค่บอลนักเรียนแต่ก็มีสปอนเซอร์มาให้การสนับสนุนหลายเจ้า เงินทองไหลมาเทมา วันที่จบการศึกษาจากอัสสัมฯธนบุรี ทางจุฬาฯ มาติดต่อให้ไปเรียนในโครงการช้างเผือก แต่เจ้าตัวเลือกปฏิเสธ เพราะไม่อยากอยู่ในกฏเกณฑ์

ไม่กล้าเจอหน้าใคร ไม่ดูบอลไทย วันที่ "รูนี่ย์เมืองไทย" เป็นดาวดับแสง

- ขณะที่เพื่อนร่วมสถาบันอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา, นฤพนธ์ อารมณ์สวะ ฯลฯ เลือกสโมสรตามคำแนะนำของคณะอาจารย์ให้ไปเพาะกระดูกในสโมสรราชประชา หลังเรียนจบม.ปลาย แต่ "โก้" ศักรินทร์ เลือกทำตามใจตัวเองด้วยการเลือกไป บีอีซี เทโรฯ ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ของลีกไทยในยามนั้นด้วยวัยเพียงแค่ 18-19 ปีเท่านั้น

- เหตุผลที่เลือกไปเทโรฯ ในคราวนั้น "โก้" ศักรินทร์ เล่าว่า "ผมคิดว่าผมเก่งแล้ว ไม่จำเป็นต้องเดินตามทางเพื่อนที่ไปราชประชา อยู่เทโรฯ มีชื่อเสียงโด่งดัง เงินเดือนก็ไม่น้อย ตอนนั้นได้ 35,000 บาท ถือว่าเยอะมากในสมัยที่ลีกยังไม่ดังและในวัยที่ยังไม่ถึง 20 ปีเท่านั้น"

ไม่กล้าเจอหน้าใคร ไม่ดูบอลไทย วันที่ "รูนี่ย์เมืองไทย" เป็นดาวดับแสง

- เมื่อชื่อเสียงและเงินทองมาพร้อมกัน ประกอบกับอยู่ในวัยที่สามารถเข้าผับ บาร์ ได้ ประกอบกับที่พักอยู่แถวที่มีร้านเหล้า ผับบาร์ เยอะ เพื่อนก็มากตาม เที่ยวแทบทุกคืน พอช่วงเย็นหลังซ้อมบอล ก็ออกไปเที่ยวเตร่ตลอด และไม่มีใครมาห้ามปราม เพื่อนร่วมสถาบันก็ไปอยู่ทีมอื่น ชีวิตติดเที่ยวหนักมาก

- เมื่อเที่ยวจัด ฟอร์มก็เริ่มตก อยู่แค่ครึ่งปี ก็ย้ายไปสโมสรตำรวจ เปลี่ยนที่พักไปแถวสะพานใหม่ ยังใช้เงินและใช้ชีวิตหมดไปกับการกินเหล้าทั้งกับผู้ชายและผู้หญิง จนวันหนึ่งซ้อมบอลอยู่ เกิดอุบัติเหตุขาลงหลุมแล้วบิดตัว ปรากฏว่าเอ็นเข่าขาด

ไม่กล้าเจอหน้าใคร ไม่ดูบอลไทย วันที่ "รูนี่ย์เมืองไทย" เป็นดาวดับแสง

- เข้ารับการผ่าเข่า แต่ไม่ดูแลตัวเอง ใช้เวลารักษากว่า 2 ปีโดยที่รักษาตามมีตามเกิดกลับบ้านที่เมืองกาญจน์ พอเริ่มเดินได้ก็ออกเที่ยวกลางคืนต่อ ไม่ได้ดูแลตัวเอง จนหาย ติดต่อหา "โค้ชเตี้ย" สะสม พบประเสริฐ เพื่อขอโอกาสเล่นกับแบงค็อก ยูไนเต็ด ได้โอกาสเข้ามาฝึกซ้อมรีดน้ำหนักไป 24 ก.ก. แต่ด้วยความที่ห่างบอลไปนาน จับจังหวะการเล่นได้ไม่เหมือนเดิม การเซ็นสัญญาจึงไม่เกิดขึ้น

- ทีมเมืองกาญจน์ บ้านเกิดชวนไปเล่น ตัดสินใจกลับไปเล่นปรากฏว่าเจ็บเข่าอีก ต้องผ่าทั้งซ้ายและขวา ทั้งจาการเดินสายและเล่นบอลให้ทีมเมืองกาญจน์ สุดท้ายไม่ไหว ตัดสินใจแขวนสตั๊ดในวัยแค่ 24 ปี

ไม่กล้าเจอหน้าใคร ไม่ดูบอลไทย วันที่ "รูนี่ย์เมืองไทย" เป็นดาวดับแสง

ไทม์ไลน์ในการเล่นบอลอาชีพของ "เจ้าโก้" ศักรินทร์ จันทร์โยธา ถือว่าสั้นจนน่าใจหาย ชีวิตที่น่าจะไปได้สวยกับฟุตบอลอาชีพ กลับกลายเป็นต้องเลิกเล่นเร็วจนแทบไม่น่าเชื่อ

"เจ้าโก้" เปิดใจให้ฟังว่า หลังจากเลิกเล่นไปแล้วก็ยังใช้ชีวิตแบบคนเที่ยวกลางคืน สลับกับการเล่นฟุตบอลเดินสายแถวบ้านเกิด จนวันหนึ่งมีโฆษกสนามประกาศว่า "เจ้าโก้" อดีตนักเตะทีมเยาวชนทีมชาติไทยมาเล่นอยู่ในสนามนี้ ผอ.โรงเรียน เมฆบัณฑิต จึงมาทาบทามให้เป็นโค้ชฝึกสอนที่อะคาเดมี่ของโรงเรียน จนถึงวันนี้ 4 ปีมาแล้ว และนี่คือการเปิดใจของ "เจ้าโก้" กับอดีตที่ผ่านมา

ไม่กล้าเจอหน้าใคร ไม่ดูบอลไทย วันที่ "รูนี่ย์เมืองไทย" เป็นดาวดับแสง

"ผมยอมรับว่า ชีวิตในการเล่นฟุตบอลของผมมันสั้นเพราะผมทำตัวเอง ตอนนั้นผมมัวแต่คิดว่าผมโชคร้ายผมถึงเจ็บ ผมถึงเล่นไม่ได้ แต่ตอนนี้ผมรู้แล้วว่า ผมทำตัวเองทั้งนั้น ผมเป็นคนติดเพื่อน ใครชวนไม่เคยคิดปฏิเสธ ชอบสังสรรค์เหล้า ผู้หญิง ผมเปย์ทุกอย่าง เรื่องบาดเจ็บก็ส่วนหนึ่ง แต่ส่วนสำคัญคือ ผมทำตัวเองทั้งนั้น"

เมื่อเส้นทางลูกหนังขาดสะบั้นลง "โก้" ศักรินทร์ ยอมรับว่า ตนเองทำใจไม่ได้นานมาก "ผมไม่เคยดูบอลไทยลีก บอลเมืองกาญจน์บ้านผมแข่งลีก ผมก็ไม่ไปดู ทีมชาติไทยผมเคยดูบ้าง แต่พอดูแล้วมันก็มานั่งคิดว่า จริง ๆ ผมควรจะอยู่ในสนามในวันนี้มากกว่าหน้าจอทีวี ไม่อยากไปเจอคนรู้จักในอดีต อยากเข้าไปทักแต่ไม่กล้า ไม่อยากเจอนักข่าวเพราะกลัวโดนถามจี้ใจดำ เคยเจอรุ่นพี่เขาเคยเข้ามาทักบอกเสียดาย เอ็งเก่งที่สุดในบอลนักเรียนแล้ว ไม่น่าเลย เจ็บจี๊ดเข้าไปถึงหัวใจเลย"

ไม่กล้าเจอหน้าใคร ไม่ดูบอลไทย วันที่ "รูนี่ย์เมืองไทย" เป็นดาวดับแสง

เมื่อกาลเวลาผ่านไป "เจ้าโก้" ที่ตอนนี้อยู่ในวัย 31 ปีเริ่มที่จะทำใจได้ และบทเรียนของตัวเองคือ บทเรียนที่ล้ำค่าที่นำไปสอนให้กับเด็ก ๆ ของอะคาเดมี่ที่ตัวเองเป็นโค้ชอยู่

"ผมบอกกับเด็กว่า ถ้าพวกเอ็งอยากเลียนแบบฝีเท้าของไอดอลนักเตะคนไหน เอ็งทำไปเลย แต่ถ้าพวกเอ็งจะหานักเตะที่เคยขึ้นสูงสุดแล้วตกลงมาต่ำสุดแล้ว เอ็งดูที่โค้ชคนนี้ แล้วจำไว้อย่าทำแบบที่โค้ชเคยทำ ผมจะพร่ำสอนเด็กไม่ให้เดินตามรอยผม แต่ถ้าเรื่องสอนบอลแล้ว เด็กเชื่อผมและทำตาม เพราะผมสาธิตให้เขาดูได้ทุกอย่าง มีแค่ประสบการณ์ชีวิตนี่แหละที่ไม่ให้เด็กเลียนแบบและอย่าทำตามเป็นอันขาด"

ไม่กล้าเจอหน้าใคร ไม่ดูบอลไทย วันที่ "รูนี่ย์เมืองไทย" เป็นดาวดับแสง

ก่อนจากกัน "โก้" ศักรินทร์ ฝากถึงนักฟุตบอลรุ่นหลังว่า ให้ดูชีวิตของเขาเป็นบทเรียนเพื่อที่จะไม่ทำตาม "วันนี้ฟุตบอลเป็นอาชีพเต็มตัว หาเลี้ยงตัวเองได้สบาย จำไว้เหล้ากับผู้หญิง อย่าได้เข้าไปข้องแวะ ถ้ามีสองอย่างนี้เข้ามาในชีวิตโอกาสจะหลงทางเดินผิดอย่างผม มันเกิดขึ้นแน่ ผมอยากให้ชีวิตผมเป็นอุทธาหรณ์สอนใจนักบอลรุ่นหลังทุกคน จะได้ไม่มามัวเสียใจยามที่อดีตมันเรียกกลับคืนมาไม่ได้แบบผม"

ส่วนชีวิตของตัวเอง "โก้ ศักรินทร์" เปิดใจว่า เมื่อก่อนคิดว่าตัวเองโชคร้าย แต่ชีวิตก็มีโชคดีเข้ามาทั้งการได้โอกาสในการเป็นโค้ชอะคาเดมี่สอนเด็ก ได้มีโอกาสปั้นเด็กให้เติบโตในเส้นทางที่ควรจะเดิน และโชคดีที่ยังมีคนรักและชื่นชมเวลามีคนเอ่ยถึงชื่อ ศักรินทร์ จันทร์โยธา ทางเข้าjoker

  • Love
  • Save
    Add a blog to Bloglovin’
    Enter the full blog address (e.g. https://www.fashionsquad.com)
    We're working on your request. This will take just a minute...